แถบไคเปอร์ (อังกฤษ: Kuiper Belt) หมายถึง บริเวณที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป ที่ด้านนอกระบบสุริยะรอบนอก มีบริเวณกว้าง 3,500 ล้านไมล์ มีก้อนวัตถุแข็ง เป็นน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนมากโคจรรอบดวงอาทิตย์ ลักษณะคล้ายกับแถบดาวเคราะห์น้อย ที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี วัตถุที่อยู่ในแถบไคเปอร์ มีชื่อเรียกว่า วัตถุแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Object - KBO) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า วัตถุพ้นดาวเนปจูน (Trans-Neptunian Object - TNO) ซึ่งมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็ง เชื่อกันว่าก้อนน้ำแข็งเหล่านี้ เป็นแหล่งกำเนิดของ"ดาวหางคาบสั้น" โดยชื่อแถบไคเปอร์นี้ ได้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ เจอราร์ด ไคเปอร์ ผู้ค้นพบ

ภาพกราฟิกแสดงแถบไคเปอร์ และเมฆออร์ต
ภาพแสดงวัตถุพ้นดาวเนปจูนขนาดใหญ่ ที่เป็นที่รู้จักแล้วในปัจจุบัน
ยานนิวฮอไรซันส์ ที่ใช้ในการสำรวจแถบไคเปอร์ และดาวพลูโต

เดิมทีวัตถุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ถูกค้นพบในแถบไคเปอร์ คือ ดาวพลูโต ซึ่งถูกค้นพบเมื่อ ค.ศ. 1930 ส่วนก้อนน้ำแข็งอื่น ๆ นั้นมีแสงริบหรี่และมองหายาก จึงถูกค้นพบในเวลาต่อมา ดวงแรกที่ค้นพบ คือ 1992 QB1 เมื่อ ค.ศ. 1992 และใน ค.ศ. 2005 นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบวัตถุในบริเวณนี้ดวงหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่า 2003UB313 โดยมีขนาดใกล้เคียงกับพลูโต และนำไปสู่การถกเถียงในหมู่นักดาราศาสตร์ว่าควรจะเรียกวัตถุใหม่ที่มีขนาดใกล้เคียงกับพลูโตว่าดาวเคราะห์หรือไม่ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลจึงลงมติปลดพลูโตจากการเป็นดาวเคราะห์มาเป็นดาวเคราะห์แคระ และวัตถุที่มาของความขัดแย้งนี้ก็ได้ชื่อเป็นทางการว่า อีริส (Eris) ต่อมาในต้น ค.ศ. 2007 นักดาราศาสตร์ก็ยืนยันขนาดของเอริสว่ามีขนาดใหญ่กว่าพลูโตเล็กน้อย โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2400 กิโลเมตร

นักดาราศาสตร์จะได้ศึกษาวัตถุในแถบไคเปอร์อย่างละเอียด ใน ค.ศ. 2015 เมื่อยานนิวฮอไรซันส์ ของนาซา เดินทางไปถึงวงโคจรของดาวพลูโตในเดือนกรกฎาคม